ตอนนี้ ลุงหนวด เริ่มหาวัดจะบวชครับ แต่ยังไม่รู้จะไปบวชวัดไหน เลย ค้นๆๆๆ หาในเนตก่อน แล้วคงจะติดต่อไปทางวัด ยังไม่รู้จะทำอย่างไรต่อแต่ตั้งใจไว้ว่าจะบวชให้ คุณพ่อ กับคุณแม่ครับ เราตั้งใจไว้ คิดว่าน่าจะประสบความสำเร็จ นะครับ ส่วนเรื่อง อุปกรณ์ต่างๆ นั้น พอติดต่อไปที่วัด ได้แล้วก็จะได้รู้ว่าต้องใช้อะไรบ้าง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

การบวช ถือเป็นประเพณีที่สำคัญอย่างหนึ่งของไทย และถือว่าเป็นการทดแทนคุณพ่อ
แม่ ซึ่งอาจจะอธิบายได้ว่า การทดแทนคุณพ่อแม่ที่ดีที่สุดคือ การทำให้ท่านมีความสุข
และการที่จะทำให้ท่านมีความสุขที่ดีที่สุดคือ การเป็นคนดี ทั้งต่อตนเองและสังคม
และการที่จะเป็นคนดีที่ดีที่สุดก็คือ การบวช เพราะเมื่อบวชเข้าไปแล้วต้องรู้จักรักษา กฎระเบียบต่างๆในการใช้ชีวิตเยี่ยงพระหรือนักบวช ต้องเรียนรู้หลักธรรมของพุทธ
ศาสนา ต้องเรียนและฝึกการประพฤติตนในทางที่ชอบ ต้องฝึกระงับตนไม่ให้เดินไป
ในทางที่ผิด ทั้งทางกาย วาจา และใจ การบวชจึงเป็นการเข้าไปฝึกตนให้เป็นคนดี
จึงอาจถือได้ว่า การบวชคือการทดแทนคุณพ่อแม่ และถือเป็นหน้าที่ของชายไทยที่
นับถือศาสนาพุทธทุกคนต้องถือปฏิบัติ ซึ่งชายใดที่ได้ผ่านการบวชเรียนมาแล้ว ถ้า
จะไปสู่ขอหญิงใดเพื่อแต่งงาน พ่อแม่ของฝ่ายหญิงก็คงจะไม่ปฏิเสธ เพราะไว้ใจได้
ว่าชายนั้นได้ผ่านการบวชเรียนมาแล้ว ก็พอที่จะอนุมานได้ว่าชายนั้นเป็นคนดีพอสม
ควร และไว้ใจที่จะฝากชีวิตและอนาคตของหญิงสาวนั้นให้ฝ่ายชายดูแลต่อไป แต่ถ้า
ฝ่ายชายยังไม่ได้ผ่านการบวชมาก่อน การเจรจาคงจะสำเร็จได้โดยยาก
ทำไมผู้ชายเท่านั้นที่บวชได้ อาจจะอธิบายได้ว่า ตามลักษณะของสังคมไทยนั้น ผู้
หญิงได้ถูกบังคับทางสังคมอยู่ แล้วที่จะต้องประพฤติตนอยู่ในกรอบ กฎและระ
เบียบทางสังคมต่างๆ ส่วนฝ่ายชายนั้น มักจะทำตัวอยู่นอกกรอบ และประพฤติตน
ผิดกฎและระเบียบอยู่เสมอ สังคมจึงต้องสร้างธรรมเนียมการบวชขึ้นมา เพื่อจับ
ผู้ชายกลับเข้า ไปอยู่ในกรอบที่ดี อีกเหตุผลหนึ่งซึ่งเกี่ยวกับข้อบัญญัติทางศาสนา
คือ พระสงฆ์ต้องถือศีล 227 ข้อ ซึ่งไม่เป็นการเหลือวิสัยที่มนุษย์จะพึงปฏิบัติได้
ส่วนพระผู้หญิงต้องถือศีลถึงกว่า 300 ข้อ เห็นเหลือวิสัยที่จะถือปฏิบัติ จึงไม่นิยม
ให้มีการบวชพระผู้หญิง เพราะอาจจะทำให้ศีลเสียได้

ขั้นตอนในการบวช
ตามหลักความเป็นจริงแล้ว การบวชไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอะไรนัก เพียงเตรียมผ้า
ไตรคือ สบง จีวร สังฆาฏิ กับเครื่อง อัฏฐบริขารทั้ง 8 ซึ่งมึความจำเป็นในการ
ดำรงชีวิตในสถานะนักบวช แล้วเข้าไปเอ่ยวาจาขอบวชด้วยตนเองเป็นภาษาบา
ลีกับอุปปัชฌา และกล่าวแสดงคำยืนยันในการเป็นมนุษย์ ไม่มีมลทินและพันธะ
ไม่มีหนี้สินค้างชำระ และได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองแล้ว เป็นอันว่าบวชได้ ซึ่ง
พิธีต่างๆ ต้องกระทำกันในโบสถ์เท่านั้น แต่เนื่องจากคนไทยถือว่าการบวชเป็น
พิธีที่สำคัญและยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตลูกผู้ชาย จึงจำเป็นต้องมีพิธีและขั้นตอนต่างๆ
เพื่อประกาศให้ชุมชนได้รับรู้ พิธีเริ่มด้วยการโกนผม ซึ่งต้องให้บุคคลที่มีความสำ
คัญสำหรับผู้ที่จะบวชเป็นผู้โกนให้ เช่น พ่อหรือแม่ โกนผมแล้วก็จะเปลี่ยนสภาพ
ตัวเองจากการเป็นคนธรรมดาไปเป็น "นาค" โดยการนุ่งขาวห่มขาว ตอนเย็นก็
จะเป็นพิธี "ทำขวัญนาค" โดยหมอขวัญหรือพระผู้ทำพิธีจะแหล่หรือเทศน์ โดย บรรยายถึงพระคุณของบุพพการีและผู้มีพระคุณต่างๆ ที่ "นาค" ต้องสำนึกในพระ
คุญ และหาทางตอบแทน และจะกล่าวถึงบารมีและบุญญาธิการของผู้ที่มีโอกาศ
ได้บวช เมื่อเสร็จพิธีในช่วงเย็นแล้ว ก็จะรอจนถึงวันรุ่งขึ้น เพื่อเดินทางไปทำพิธี
บวชอย่างเป็นทางการในโบสถ์ต่อไป การเดินทางไปโบสถ์นั้น มักจะจัดเป็นขบวน
ใหญ่โตเพื่อให้สมเกียรติและฐานะ

เกี่ยวกับคำว่านาค มีเรื่องเล่ากันว่า ในสมัยพุทธกาล มีพระยานาคตัวหนึ่ง มีความประ
สงค์ที่จะบวชเป็นพระ แต่ตัวเองเป็นพระยานาคไม่ใช่มนุษย์ จึงแปลงร่างเป็นมนุษย์แล้ว
ไปขอบวชกับพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ก็ทรงรู้ได้ด้วยญานแต่ก็มิได้ทรงห้าม เพราะไม่
ต้อง การให้พระยานาคเสียความตั้งใจและเสียหน้าพระองค์ต้องการให้พระยานาค
แสดงตนด้วยตนเอง อยู่ต่อมาเมื่อพระยานาคเผลอสติในขณะหลับร่างของพระ ภิกษุ
จึงได้กลับเป็นพระยานาคดังเดิม พระยานาคจึงไม่อาจที่จะครองเพศสมณะอีกต่อไป
จึงได้กลับไปสร้างสมบุญญาบารมีเพื่อที่จะ ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และจะได้มีโอกาศ
บวชเป็นพระในชาติต่อไป

เนื่องจากพระยานาคเป็นผู้ที่มีความประสงค์และศรัทธาแรงกล้าที่จะบวช ผู้คนทั่ว
ไปจีงนิยมเรียกผู้ที่กำลังจะบวช เป็นพระว่า " นาค " ดังเช่นพระยานาคผู้มีศรัทธานั้น

เข้าพรรษา ( พรรษาแปลว่า ปี )
ช่วงเวลาที่นิยมบวชกันมากของปีจะอยู่ในช่วงฝนตกชุกหรือหน้าฝน เนื่องจากในฤดู
ฝน ประชาชนทั่วไปจะทำการเพาะปลูกพืชเช่น ข้าวเป็นต้น พระพุทธเจ้าทรงเกรง
ว่าพระภิกษุที่จาริกยังที่ต่างๆ อาจจะเหยียบย่ำไปบนพืชผล ที่ชาวบ้านปลูกเอาไว้ ทำให้
เกิดความเสียหายได้ พระองค์จึงได้ทรงกำหนดให้พระภิกษุอยู่จำพรรษาในวัดตลอดเว
ลา 3 เดือนในช่วงดูฝน (แรม 1 ค่ำเดือน 8 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 11)เป็นช่วงเวลาเข้า
พรรษา [Lent] และจะต้องจำวัดในเสนาสนะ ( ที่อยู่ ) ที่มีฝากั้น4 ด้าน พร้อมหลังคา
และประตูหน้าต่าง ไม่สามารถจำวัดใน "กลด" ได้ ด้วยเหตุดังกล่าว พระจึงมีเวลาว่าง
มากที่จะศึกษาหาความรู้ ชาวบ้านจึงนิยมบวชบุตรหลานในช่วงเวลานี้ เพื่อ ศึกษาเล่า
เรียนตลอดพรรษา

เทียนเข้าพรรษาหรือเทียนจำนำพรรษา คือเทียนขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านถวายให้วัด
ก่อนวันเข้าพรรษา เพื่อให้แสงสว่างแก่พระที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในวัดนั้นและยัง หมายความถึงแสงสว่างแห่งพระศาสนาที่ส่องนำเหล่าพุทธศาสนิกชนให้เดินไปบน
หนทางที่ถูกต้อง

#1 By HSU on 2007-02-07 16:11

ถ้าไม่ลำบากอะไรมากขอแนะนำให้อุปสมบชหมู่ที่วัดชลประธานค่ะ
ใช้ เสื้อขาว1ชุด(ถ้าจำไม่ผิดใช้แค่นี้นะฮะ)
ค่อนข้างประหยัดแล้วก็เป็นวัดที่เคร่งวินัยดีทีเดียวเลยฮะ

#2 By ~MaNa~ on 2007-02-07 16:39

วันนี้จริงๆไม่ใช่วันที่เหมาะจะมานั่งเขียนเรื่องสั้น บทความอะไรเลย..

วันนี้มันเป็นวันที่น่าเบื่อและน่าหงุดหงิดที่สุดในโลกสำหรับผมต่างหาก..

แต่ก็เพราะเหตุนี้นั่นแหละ ผมจึงมานั่งตรงนี้ พิมพ์อะไรก๊อกๆแก๊กๆ..

อย่างน้อยใจมันก็สบายขึ้น เวลาที่ได้เขียนอะไรออกมา

...............................................

ครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ผมบวชพระ..

ตอนแรกก็คิดจะบวชไปงั้นๆแหละ บวช 8 วัน 10 วัน จะไปได้อะไรนักหนา..

ชีวิตในวัดของผมเลยมีแต่นั่งๆนอนๆ..

ก็พยายามที่จะเป็นพระที่ดีด้วยการเอาหนังสือธรรมะมาอ่านเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ลงอีหรอบเดิม.

ฟุบหลับมันที่หน้าหนังสือนั่นแหละ

บวชแค่ 8 วัน 10 วัน อาจไม่พอที่จะเรียนรู้ธรรมะอะไรให้ลึกซึ้ง แต่ก็เข้าไปเห็นอะไรต่อมิอะไรในมุมมองของ "พระ" บางอย่างเราไม่เคยฉุกใจคิดเมื่อยู่ในฐานะของฆราวาส

เรื่องง่ายๆอย่างนึงก็เรื่องข้าวที่ใส่บาตรนี่แหละ..

เวลาไปบิณฑบาตร ญาติโยมหลายคนหวังให้ข้าวที่ใส่ให้พระนั้นจะหอมน่ากิน บางครั้งด้วยความที่บ้านตัวเองไม่ได้กินข้าวหอมมะลิ เพราะว่ามันเกินฐานะ เวลาใส่บาตรจึงเอาดอกมะลิใส่ลงไปในข้าวด้วย เพื่อที่จะได้หอมๆ..

หารู้ไม่ว่า เจ้าดอกมะลิหอมๆนั้น สร้างปัญหาให้กับพระเวลาจะฉันนัก ฉันกันไปก็ต้องคอยเขี่ยดอกมะลิกันไป บางทีผลุบเข้าปากก็ต้องคายออกก็มี..

ดอกมะลิเหมาะแต่เพียงแค่ดม ไม่เหมาะที่จะเอามากิน..

ประโยคข้างบนนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้จากวัด..

เวลาออกไปบิณฑบาตร ต้องตื่นแต่ตีสี่ตีห้า ออกมาทำวัตรเช้า แล้วก็ตั้งแถว แบ่งสายเพื่ออกไปบิณฑบาตร ตอนที่บวชอากาศก็หนาวเอาเรื่อง ตั้งแถวไปก็สั่นไป..

พระอาวุโสอยู่หัวแถว ไล่เรียงลำดับไปถึงพระใหม่ที่ท้ายแถว..

บวชใหม่ จีวร สบงอะไรก็นุ่งไม่ถนัดนัก เดินบิณฑบาตรไป ก็ห่วงไปว่าสบงจะหลุด ต้องคอยดึงคอยรั้งกันอยู่เรื่อยๆ เจอบ้านไหนที่มีหมาดุก็มักจะโดนเห่าโดนไล่เพราะว่าอยู่ท้ายสุด จะหนีก็ไม่ได้ต้องสำรวม จะไล่ก็ไม่ได้ ต้องสำรวมอีก ก็ได้แต่นึกว่าไอ้เจ้าหมาพวกนี้นี่มันไม่กลัวเกรงบาปกันเสียนี่กระไร เห่าพระกัดพระนี่หมาจะตกนรกไหมนะ.. เดินไปก็สงสัยไป

บิณฑบาตร ต้องเดินไปกลับราว 6 กิโลเมตร ไม่ไกลนักแต่ก็ไม่ใกล้ถ้าคิดว่าต้องย่ำเท้าเปล่าไปบนทางลูกรัง หินสีเทาๆก้อนๆที่ปูถนนนั่นแหละตัวดี เหยียบไปก็โหย่งไป เจ็บจนแหยง..

บางครั้งเจอโยมแก่ๆใจดีตั้งแต่ต้นทาง ออกจากวัดได้นิดนึงแกก็มาใส่บาตร เห็นเป็นพระใหม่แกก็ยิ่งใจดี ใส่เรื่อยมาทุกองค์จนครบ พอปิดท้ายที่พระใหม่แกมีกล้วยน้ำว้าหวีงามๆใส่ให้บนฝาบาตรอีกหนึ่งหวี..

ตกลงวันนั้นเลยต้องแบกกล้วยหวีนั้นเดินต่ออีกร่วม 5 กิโล ..

มีอยู่วัน เดินๆเลาะอยู่กันบนริมถนนใหญ่ มีรถกะบะคันนึง แซงปร๊าดผ่านหน้าไปแล้วปาดหน้าแถวพระที่เดินบิณฑบาตรอยู่ทันทีพร้อมเหยียบเบรคฝุ่นตลบ คนขับท่าทางนักเลงใส่เชิ๊ตแบะอก สร้อยทองเส้นใหญ่ ใส่แว่นตาดำ เดินลงมา พระในแถวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก..

แกมาถึงปุ๊บแกก็ควักเงินออกมา เจียดถวายรูปละ 20 บอกว่าเห็นพระแล้วอยากทำบุญ แต่ไม่มีกับข้าว ไม่มีกระทั่งซองใส่เงิน เลยหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าทำบุญกันบ้างถนนใหญ่นั่นแหละ..

นี่แหละนะหัวใจคนไทย เรื่องบาป-บุญ-พระ-เจ้าที่ฝังแน่นในวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง อย่างที่ชาติอื่นยากจะเข้าใจ..

..วันนั้นพอกลับถึงวัด คุยกันถึงเรื่องนี้ หลวงพี่องค์หนึ่งแกหันมาทางผมแล้วบอกยิ้มๆ..
"พอเห็นรถปาดหน้า ผมก็นึกว่าท่านไปมีเรื่องเอากับใครไว้ก่อนบวชเสียอีก" ..เป็นงั้นไป

เด็กวัดก็เป็นอีกสีสันหนึ่งในวัด..

ที่วัดมีเด็กวัดหลายคน แต่ที่ผมจำได้แม่นสุดคือไอ้มุ้ย..

ไอ้มุ้ยอายุราวๆ 6 ขวบได้ เด็กกว่าเขา แต่แสบไม่แพ้ใคร มีอยู่วัน ตอนเย็น มันเข้ามาขอให้ผมต้มน้ำให้เพื่อจะกินมาม่า ผมก็ต้มให้

"ยืมชามกับช้อนด้วย หลวงพี่" เอ้า ขอยืมก็ให้

พอมันต้มมันลวกมาม่าเสร็จมันก็นั่งกินในกุฏินั่นแหละ..

"อื้อฮือ หอมจัง" กินไม่กินเปล่ายังทำหน้าทำตาประกอบเหมือนยั่ว เพราะรู้ว่าพระใหม่ยังไงก็ยังอดหิวมื้อเย็นไม่ได้..

"มุ้ย ออกไปกินข้างนอก".. ก็ยังเฉย สักพักมีเสียงซี๊ดซ๊าดท่าทางว่าอร่อย แถมยังลามปามยกชามมาให้ดมตรงหน้า..
"หลวงพี่ หอมไหม"
"ไอ้มุ้ย" เสียงเริ่มเข้ม "ออกไปกินข้างนอก" มันก็ยังงอแงไม่ออก สักพักก็เอาใหม่
"หลวงพี่ ฉันไหม ผมไม่บอกใครก็ได้" ยังมาทำหน้าทะเล้นใส่ แล้วหลวงพี่ก็เลยฟิวส์ขาด
"ไอ้มุ้ย จะออกไปดีๆ หรือจะโดนพระเตะ"

คราวนี้มันยกชามออกไปแต่โดยดี สงบเสงี่ยม กินเสร็จก็เดินจ๋องเอาชามที่ล้างแล้วมาคืน..
..ส่วนผมก็ต้องไปปลงอาบัติ..

นึกๆย้อนไปแล้ว มีเรื่องราวโน้นนี้ให้จำมากมาย แม้จะบวชไม่กี่วัน แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่ได้อะไรในทางศาสนาเพิ่มขึ้นกว่าตอนก่อนบวชแม้แต่นิด..

แล้วนี่เราจะบวชทำไมนะ..

บวชให้เป็นประเพณีแค่นั้นเองหรือ..

จะดีไหม ถ้าเปลี่ยนให้คนที่บวชต้องบวชนานๆ บวชเพราะรักที่จะบวช จะศึกษาจริงๆ ไม่ใช่บวชแค่ฉาบฉวย พอให้เรียกได้ว่าบวชเรียนมาแล้ว แต่ถ้าอย่างนั้นจะมีสักกี่คนล่ะที่จะบวช ในสังคมอย่างปัจจุบันนี้..

หรือว่าทางที่เป็นอยู่นี้มันก็ดีอยู่แล้ว..

คิดไปต่างๆนาๆ แต่ก็หาคำตอบที่เหมาะใจให้ตัวเองไม่ได้..

จนวันนึง ได้ไปคุยกับเพื่อนสนิทที่บวชทีหลังปีนึง มันก็บวชสั้นๆเหมือนกัน ราว 10 กว่าวัน ถามขณะที่เพื่อนยังครองผ้าเหลือง ว่าบวชแล้วรู้สึกได้อะไรบ้างไหมจากการบวช คุ้มไหมกับการเสียเวลางาน เสียเงินเสียทอง เพื่อมาบวชตามประเพณี..

เพื่อนนิ่งคิดนิดหนึ่งแล้วค่อยตอบช้าๆ
"ไม่รู้สินะ แต่วันที่บวช เห็นโยมแม่ร้องไห้ปลื้มใจที่เห็นชายผ้าเหลืองลูก แค่นั้นก็พอแล้วหละ"

#3 By HSU on 2007-02-07 16:43

มิได้ลำบากครับผม คุณแม่ท่านหาวัดให้แต่ ยังอยากบวช วัดป่า นั้นกระไร แถวๆ กทม นี่คงจะดี ถึงกระนั้นเถอะ

#4 By HSU on 2007-02-07 16:44

พึ้งนึกได้ว่าควรจะบวชเอาตอนอายุ 30 เนี้ยนะ ก่อนนี้มัวทำอะไรอยู่ละมัวเลียหีกระหรี่ ตามดมหีกระหรี่อยู่โปรดทราบไม่สามารถตอบแทนพระคุณแม่ได้

ไอ้สาด

#5 By (58.10.102.23) on 2007-04-20 20:29

ผมก้อตั้งใจอยากจะบวชเหมือนกัน ตอนนี้ 31 ปี เต็มแล้ว เห็นว่าเหมาะสมที่จะตั้งใจทำอะไรเพื่อคนอื่น ๆ บ้าง เห็นว่าเป็นปีที่เหมาะสม....คิดว่าต้องบวชในปีนี้ แต่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวยังงัยบ้าง ???

#6 By Jay (202.149.24.161) on 2008-04-14 18:03

prlIDy

#7 By kiFTCdnoTWUgi (68.193.11.6) on 2009-07-16 08:38

Excellent site. It was pleasant to me.

#8 By XALDYbZokotNbTdRjO (71.82.69.84) on 2009-07-23 07:05

Great. Now i can say thank you!

#9 By meNZzQVJCtsnmpwW (67.86.7.29) on 2009-07-23 14:41

Great site. Good info.

#10 By jahcduWqDCwPD (76.116.144.98) on 2009-07-23 22:18

I bookmarked this link. Thank you for good job!

#11 By JGDQErFGnkFw (85.171.242.57) on 2009-07-23 23:56

Great site. Good info.

#12 By lbPdOsICVUUYE (67.191.63.63) on 2009-07-24 06:05

Great site. Good info.

#13 By DBTHLKyo (96.25.129.249) on 2009-07-24 13:49

Perfect work!

#14 By NyVAlUgXUsEycbULddN (205.241.60.129) on 2009-07-24 21:37

Great site. Good info.

#15 By BQclWQmBfCWqFZOFr (98.249.157.139) on 2009-07-25 07:33

Perfect site, i like it!

#16 By RsOfZUeUMJWNUIsx (76.90.137.210) on 2009-07-25 10:54

Perfect work!

#17 By PKAuhQMWcW (80.108.162.76) on 2009-07-25 17:00

Perfect work!

#18 By spbDIVWPEN (98.204.34.163) on 2009-07-31 04:55

If you have to do it, you might as well do it right.

#19 By nvrcDcyXUoZSABQwB (69.47.69.98) on 2009-07-31 12:53

It is the coolest site, keep so!

#20 By LMxcfgKOIVEzTJvLI (98.230.130.102) on 2009-07-31 21:32

It is the coolest site, keep so!

#21 By RexbugvzuQFKntIcU (71.66.113.253) on 2009-08-01 06:15

Incredible site!

#22 By BVonRKFM (82.19.74.225) on 2009-08-01 14:55

Great. Now i can say thank you!

#23 By aBNqHOLjsVOzVEvjnRS (190.200.121.192) on 2009-08-01 23:38

QI9zxU I want to say - thank you for this!

#24 By IKbRCsCAD (68.71.65.20) on 2009-08-03 00:01

iTtOKY It is the coolest site, keep so!

#25 By dRHfpAQMZuejzffs (190.153.3.157) on 2009-08-03 14:17

Egs1H9 Beautiful site!

#26 By MUIRPzjQniFoyDCYKUj (200.30.207.29) on 2009-08-03 16:10

Perfect work!

#27 By LtULDqeOKYtwHBwWV (173.19.31.171) on 2009-08-04 00:41

Great site. Good info.

#28 By GfWTOpazDsmL (213.73.179.9) on 2009-08-04 02:43

Very interesting site. Hope it will always be alive!

#29 By VwcAUkhBKtoai (76.184.90.194) on 2009-08-04 04:55

I want to say - thank you for this!

#30 By HhcIPnwPULOhQ (68.56.103.105) on 2009-08-04 06:49

Beautiful site!

#31 By jMqQcdrrhz (174.98.47.28) on 2009-08-04 08:12

It is the coolest site, keep so!

#32 By OVHvEnOTlSyftekf (72.178.172.238) on 2009-08-04 09:36

Very interesting site. Hope it will always be alive!

#33 By ZWItlsXPx (69.87.227.243) on 2009-08-04 11:04

Beautiful site!

#34 By BurrZArqejhJSTP (76.183.124.217) on 2009-08-04 12:28

Great site. Good info.

#35 By SXeLcHVmccEekwUK (66.57.231.9) on 2009-08-04 13:53

I want to say - thank you for this!

#36 By LjIJIupKJf (68.42.187.116) on 2009-08-04 15:18

Perfect site, i like it!

#37 By cqkmzCnsWGzayCD (85.86.225.35) on 2009-08-04 16:43

It is the coolest site, keep so!

#38 By HiAtvJSLBwsIiHd (80.57.9.18) on 2009-08-04 18:09

It is the coolest site, keep so!

#39 By IahiQitIeSfI (24.20.123.218) on 2009-08-04 19:36

Very interesting site. Hope it will always be alive!

#40 By PuiLRzpMRJydmJlVlS (68.53.153.243) on 2009-08-04 21:02

Perfect site, i like it!

#41 By sjfFxhSHwDbU (24.188.210.154) on 2009-08-04 23:57

Perfect work!

#42 By tSjqUknYGdVyoRgD (76.183.124.217) on 2009-08-05 01:25

Perfect site, i like it!

#43 By HBoWKZhagQ (208.107.171.118) on 2009-08-05 03:34

If you have to do it, you might as well do it right.

#44 By djvdWAUyntzB (67.240.239.40) on 2009-08-05 05:03

Great work, webmaster, nice design!

#45 By qoeyynDRg (190.209.77.91) on 2009-08-05 06:34

Great work, webmaster, nice design!

#46 By YhStifFmDJZ (24.191.15.230) on 2009-08-05 08:05

Perfect work!

#47 By fCYmhRnvVs (99.233.95.201) on 2009-08-05 09:35